แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การส่งเสริมการอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การส่งเสริมการอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

D.I.Y. ขวดแก้วเก๋ไก๋

แจกันขวดแก้ว

               



ขวดแก้วเป็นวัสดุเหลือใช้ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ดูไร้ค่าทิ้งอยู่ภายในบริเวณบ้าน เราสามารถเก็บมาล้างทำความสะอาด ประดิษฐ์เป็นสิ่งของ....ใช้ตกแต่งภายในบ้าน หรือที่ทำงาน สร้างบรรยากาศให้สวยงาม น่ามอง อีกทั้งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ ซึ่งในครั้งนี้ได้นำวิธีการทำแจกันจากขวดแก้วมานำเสนอให้ลองทำกันดู เป็นการประดิษฐ์ที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่มาก และวิธีการทำไม่ยุ่งยาก ...มาลงมือกันเลยค่ะ


 จำเป็นต้องมี

                    1. ขวดแก้ว 

                    2. เชือกป่าน (สีตามชอบ)

                    3. กาวลาเท็กซ์

                    4. กรรไกร

 ทำอย่างไรให้เป็นแจกัน?

ทากาวรอบๆ ขวดจากจุดเริ่มต้น (ปากขวด/ก้นขวด) แล้วแต่ความถนัด... เริ่มพันเชือกและทากาวไปเป็นระยะๆ  (สลับสีตามความชอบ) อย่าลืมกดเชือกให้สนิทกันเพื่อไม่ให้มองเห็นด้านในขวด


 พันเชือกไปเรื่อยๆ จนเต็มขวด




เพิ่มสีสันได้ด้วยการเลือกสลับเชือกให้หลากหลายสี เป็นงานชิ้นเอกด้วยฝีมือเราเอง มอบเป็นของขวัญ ของที่ระลึกให้เพื่อนรัก เพื่อนร่วมงานก็ได้นะคะ

*****************************

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

E-Book หนังสืองานพระบรมศพ

ขอเชิญอ่านและดาวน์โหลดหนังสือ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช(ทั้งในรูปแบบของ e-book และ ไฟล์ PDF) โดย กระทรวงวัฒนธรรม
http://www.m-culture.go.th/th/ewt_news.php?nid=7202


ขอเชิญอ่านหนังสือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในรูปแบบ e-book คลิกที่นี่ หรือ ดาวน์โหลดในรูปแบบ PDF คลิกที่นี่

ขอเชิญอ่านหนังสือ๙๙พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์ ในรูปแบบ e-book คลิกที่นี่ หรือดาวน์โหลดในรูปแบบ PDF คลิกที่นี่

ขอเชิญอ่านหนังสือ คำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในรูปแบบ e-book คลิกที่นี่ หรือ ดาวน์โหลดในรูปแบบ PDF คลิกที่นี่

ขอเชิญอ่านหนังสือ คำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่ 2)  ในรูปแบบ e-book คลิกที่นี่ หรือดาวน์โหลดในรูปแบบ PDF คลิกที่นี่ 

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กิจกรรมวันสุนทรภู่

26 มิถุนายน วันสุนทรภู่กวีเอกของไทย


        ห้องสมุดประชาชนอำเภอโพธิ์ประทับช้างจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในวันสุนทรภู่ ในวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ประกอบด้วยกิจกรรม แฟนพันธ์แท้สุนทรภู่, ภาษาสุภาษิต, ระบายสีตัวละครเรื่องพระอภัยมณี, บอร์ดนิทรรศการประวัติสุนทรภู่ภายในห้องสมุดฯ

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Pop Up ง่ายๆ สำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

D.I.Y....Pop Up  

ป๊อปอัพ คือ เทคนิคการตัดและพับที่ใช้ตกแต่งการ์ด หรือ หนังสือนิทาน ทำให้เมื่อเปิดหน้านั้นออกมา จะเห็นเป็นรูปทรงต่างๆ เด้งขึ้นมา โดยสามารถเห็นรูปทรงนั้นๆ ได้สามมิติ หรือรอบทิศเลย แต่สิ่งที่ทำให้ป๊อปอัพมีเสน่ห์อันน่ามหัศจรรย์ก็คือ เมื่อเราปิดหน้านั้นลง ก็กลับมาเป็นการ์ดหรือหนังสือเรียบๆ เหมือนเดิม..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/297331

&วัสดุ และ อุปกรณ์

  1. กระดาษการ์ดสีตามต้องการ
  2. แผ่นรองตัด
  3. คัตเตอร์, กรรไกร
  4. ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด
  5. กาวยู้ฮู, กาวลาเทกซ์ TOA
  6. กระดาษตกแต่ง
  7. สีไม้, สีเมจิก


&วิธีทำ
      1. เตรียมกระดาษการ์ดขนาดตามต้องการ พับครึ่งกระดาษ

         2. ฐานพับตรงกลาง วัดจากขอบสันการ์ด ทั้งสองด้านประมาณ 2 นิ้ว เจาะรูการ์ดด้านใน เป็นสี่เหลี่ยม ให้เปิดแล้วช่องสี่เหลี่ยมตั้งขึ้นมา





         3. นำกระดาษตกแต่งที่ตัดไว้ ตกแต่งให้สวยงามตามต้องการ

         4. เขียนข้อความที่ต้องการสื่อ ลงบนกระดาษ pop up

         5. นำชิ้นงานประกอบเข้าเป็นเล่ม จะได้สมุดทำมือจากฝีมือตัวเอง



JJJลองทำดูกันนะคะ รับรองว่าไม่ยาก....JJJ

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน


ความหมายของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

           กิจกรรมส่งเสริมการอ่านคือ การกระทำต่างๆเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจในการอ่าน พยายามพัฒนาการอ่านของตนจนถึงระดับอ่านเป็น  และอ่านจนเป็นนิสัย








ประโยชน์ของจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

  1. เพื่อให้นักเรียนรักการอ่าน และเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านหนังสือให้แก่นักเรียน
  2. เพื่อให้นักเรียนรู้จักแสวงหาความรู้และความเพลิดเพลินจากการอ่านและการศึกษาค้นคว้าตามความต้องการ และความสนใจของตนเองในยามว่าง
  3. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอเมื่อเติบโตเป็นผู้ให้

บทบาทของผู้ปกครองต่อการส่งเสริมการอ่าน

          บ้านเป็นสถานที่แรกที่จะปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน  ผู้ปกครองอันมีพ่อแม่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด  คงจะต้องร่วมกันหาวิธีส่งเสริมและพัฒนาการอ่านด้วยวิธีการดังนี้
  1. พ่อแม่จะต้องมีนิสัยรักการอ่านเป็นต้นแบบที่สำคัญที่จะทำให้ลูกรักการอ่าน ด้วยการอ่านหนังสือเล่มเดียวกับลูก มีการนำเนื้อหาสาระของหนังสือเล่มที่อ่านมาพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์คุณค่าของหนังสือ เป็นการฝึกวิเคราะห์วิจารณ์ในการอ่านของเด็กได้เป็นอย่างดี
  2. จัดบรรยากาศภายในบ้านให้เหมาะแก่การอ่าน ด้วยการจัดมุมสบายๆ มีหนังสืออ่านหลากหลาย มีทีอ่านอย่างเหมาะสม เป็นที่พักผ่อนได้อีด้วย
  3.  หมั่นสำรวจว่าลูกๆชอบอ่านหนังสืออะไร ประเภทใด ก็ควรจัดหาหนังสือประเภทนั้นให้ลูกอ่าน พ่อแม่ควรเป็นที่ปรึกษาแนะนำในการอ่าน อีกทั้งเลือกหนังสือที่ส่งเสริมความรู้ หลากหลายสาระไว้ให้ลูกอ่านอย่างเพียงพอ
  4. หมั่นพาลูกๆไปร้านหนังสือ เปิดโอกาสให้ลูกๆได้เลือกหนังสือที่ตนชอบและสนใจ
  5. การให้ของขวัญกับลูกๆ ในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ วันเด็ก หรือเมื่อลูกทำความดีที่ควรแก่การชมเชย ควรจะให้ของขวัญเป็นหนังสือที่ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน
  6. อาสาพาลูกๆไปห้องสมุดหรือร้านหนังสือบ่อยๆ โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนหรือร้านหนังสือที่อยู่ใกล้ๆบ้าน เพื่อฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการใช้ห้องสมุด การเลือกหนังสือ รู้วิธีค้นหาความรู้ และรู้แหล่งความรู้เพิ่มขึ้น

ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านต้องอาศัยความร่วมมือ

           การสร้างนิสัยรักการอ่านของเด็กไทยเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมอย่างต่อเนื่องไม่ควรอาศัยเพียงการจัดงานมหกรรมนักอ่าน หรือสัปดาห์หนังสือเท่านั้น แม้ว่าการจัดงานในลักษณะดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการอ่านหนังสือได้ในระดับหนึ่งก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กไทยด้วยการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบหลากหลาย ทั้งในรูปแบบหลากหลาย ทั้งในแบบภาพ/ตัวอักษรนิ่งและแบบเคลื่อนไหว

             การอ่านฝึกการคิดจินตนาการ การอ่านเป็นการสื่อภาษาด้วยตัวหนังสือทำให้ต้องมีการแปลเป็นภาพ เป็นการบริหารสมอง เพราะต้องมีการใช้ความคิด จินตนาการ ตามสิ่งที่ผู้เขียนได้สื่อออกมา อันจะช่วยก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อสิ่งที่ได้อ่าน

             การอ่านฝึกการคิดอย่างมีระบบ การอ่านเป็นการเรียนรู้คำต่างๆ ทำให้มีการจัดระเบียบความคิด และการพัฒนาความคิดอย่างมีระบบ มีเหตุมีผล การอ่านจะช่วยให้เด็กมีระบบความคิดที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีทั้งในด้านการสื่อสารของเด็ก เด็กจะสามารถถ่ายทอดความคิดด้านการพูดและการเขียนออกมาได้อย่างเป็นระบบ และในด้านการกระทำที่เป็นระบบระเบียบ

             การอ่านฝึกสมาธิ การอ่านช่วยให้เด็กจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือได้เป็นเวลานานซึ่งจะช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิและมีความอดทนในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

             การอ่านฝึกทักษะการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น เด็กจำเป็นต้องได้รับความรู้จากการอ่านเพื่อเพิ่มพูนความารู้ให้ลึกซึ้งสมกับวัยที่เติบโตขึ้น เนื่องจากการอ่านยังคงเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ที่ทรงพลัง ข้อมูลความรู้ที่เก็บอยู่ในรู)ตัวอักษรนั้น ยังคงเป็นรูปแบบเดียวที่มีจำนวนมากที่สุด และลึกซึ้งมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือตำราต่างๆ นับเป็นแหล่งขุนทรัพย์ทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาตนเอง

             ในสมัยที่เทคโนโลยีมีอิทธิพลดึงดูดเด็กๆ ได้มากกว่าการอ่านหนังสือ เช่น รายงานโทรทัศน์ เกมคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวได้เข้าสู่ทุกหลังคาเรือน กระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ควรเป็นผู้ที่ทำการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านแต่เพียงผู้เดียว แต่ควรร่วมมือกับสถานบันศึกษา และสถาบันครอบครัวด้วย เนื่องจากทั้ง 2 สถาบันมีความใกล้ชิดเด็กมากที่สุด

สาเหตุที่เด็กไม่ชอบอ่านหนังสือ

  • โรงเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรค้นหาว่า เหตุใดเด็กจึงไม่ชอบอ่านหนังสือ เพื่อที่จะสามารถเข้าใจในตัวเด็ก และแก้ปัญญาได้ถูกต้อง โดยอาจใช้วิธีการสังเกต เด็กในระหว่างที่อยู่โรงเรียน หรือในระหว่างอยู่ที่บ้าน โดยสังเกตว่าเด็กมักใช้เวลาหมดไปกับการทำอะไร สังเกตดูการอ่านของเด็กว่ามีปัญหาหรือไม่ รวมถึงสังเกตสภาพแวดล้อมทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านว่ามีผลต่อการอ่านของเด็กหรือไม่ อาทิ
  • เด็กมีปัญหาการอ่านหรือไม่ ระหว่างที่เด็กเรียนในโรงเรียน ครูผู้สอนอาจให้เด็กอ่านหนังสือให้เพื่อนฟัง หรือให้เด็กเขียนแสดงความคิดเห็นสั้นๆ เพื่อสังเกตว่าเด็กมีทักษะการอ่านและการเขียนดีเพียงใด และในระหว่างที่อยู่ที่บ้าน พ่อแม่ควรสละเวลาเพื่อมานั่งดูเด็กทำการบ้าน หรือให้เด็กอ่านหนังสือให้ฟัง หากพบว่าเด็กสะกดคำใดไม่ถูก ไม่สามารถอ่านบางคำได้ ควรรีบแก้ไขโดยด่วน ในโรงเรียนอาจจัดช่วงพิเศษสำหรับเด็กที่ปัญหาการอ่านและการเขียนเพื่อสอนเด็กเพิ่มเติม ที่บ้านพ่อแม่อาจให้เวลาในการสอนลูกเพิ่มเติม หรือจ้างครูพิเศษมาสอน
  • เด็กสมาธิสั้นหรือไม่ เด็กที่มีสมาธิสั้นเป็นเด็กที่ไม่สามารถจดจำทำสิ่งใดได้นานๆ เปลี่ยนพฤติกรรมบ่อย ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับการอ่านหนังสือได้ ครูผู้สอนและพ่อแม่ควรสังเกตว่าการที่เด็กสมาธิสั้นมาจากสาเหตุใด หากเกิดจากมีสิ่งที่รบกวนระหว่างที่เด็กเรียน เช่น เสียงดัง อ่านหนังสือในห้องที่มีสิ่งดึงดูดความสนใจ เป็นต้น หรือหากพบว่าการที่เด็กสมาธิสั้นนั้นเกิดจากอาการออทิสติกควรรีบนำไปพบแพทย์
  • เด็กติดสื่อเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรสอบถามเด็กโดยตรงว่า หากให้เลือกระหว่างการอ่านหนังสือกับการดูโททัศน์ เล่นเกม แซต หรือ MSN กับเพื่อน จะเลือกทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ก็เพื่อสำรวจดูว่าเด็กให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือมากน้อยเพียงใด หากมีแนวโน้มว่าเด็กเลือกอ่านหนังสือเป็นอันดับรองลงมา หรืออันดับสุดท้าย นั่นแสดงว่าเด็กอาจมีปัญหาในการอ่าน
  • สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมหรือไม่ ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรสังเกตว่าสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนหรือที่บ้านมีผลทำให้เด็กไม่อยากอ่านหนังสือหรือไม่ เช่น ห้องสมุดโรงเรียนมืด เหม็นอับ เด็กนักเรียนคุยกันในห้องสมุด เด็กต้องทำการบ้าน/อ่านหนังสืออยู่ห้องเดียวกับห้องดูโทรทัศน์ หรือภายในบ้านมีคนพลุกพล่านตลอดเวลา เป็นต้น เพื่อนำมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอ่านหนังสือของเด็ก

แก้ปัญหาด้วยความรักและความเข้าใจ

           ไม่ว่าเด็กจะชอบอ่านหนังสือหรือไม่ก็ตาม การแก้ไขปัญหาควรเริ่มต้นที่ความรักความเข้าใจ และตามมาด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรตำหนิ ต่อว่า หรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ ข่มขู่ หรือลงโทษ เพราะนอกจะไม่ช่วยให้เด็กรักการอ่านแล้ว ยังอาจเป็นการเร่งให้เขายิ่งเกลียดการอ่านมากขึ้น ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรทำสิ่งต่อไปนี้

            เปิดอกคุยกันกับเด็กถึงปัญหาการอ่าน ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็ก เพื่อเปลี่ยนความคิดของเด็กให้เห็นความสำคัญของการอ่าน โดยในระหว่างการพูดคุยควรทำให้เด็กสัมผัสถึงความรักและความปรารถนาดีต่อเขา ไม่ใช่เรียกมาเพื่อต่อว่า อาจเริ่มต้นโดยการถามเด็กว่าเหตุใดจึงไม่ชอบอ่านหนังสือ จากนั้นเราจึงค่อยๆ สื่อสารให้เด็กเห็นความสำคัญของการอ่านที่จะมีผลดีต่อชีวิตของเขาในอนาคต โดยอาจถามถึงเป้าหมายในอนาคตว่าเขาอยากเป็นอะไร และชี้ให้เขาเห็นว่า การที่เขาจะไปสู่เป้าหมายได้นั้นเขาจำเป็นต้องรักการอ่าน ที่สำคัญควรให้กำลังใจ และเชื่อมั่นว่าเด็กทำได้ เพื่อให้เด็กเห็นคุณค่าในตัวเองและมีกำลังใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

            เปิดโอกาสให้เด็กหาแนวทางที่ช่วยส่งเสริมการอ่าน เมื่อเด็กเริ่มเห็นคุณค่าของการอ่านแล้ว ครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กหาวิธีการที่จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านของตนให้ดีขึ้น เช่น ให้เด็กเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดห้องสมุดหรือห้องอ่านหนังสือภายในบ้านที่เหมาะสมต่อการอ่านหนังสือในรูปแบบที่เด็กชอบ สอนให้เด็กตั้งเวลาสำหรับการอ่านอย่างเจาะจงในแต่ละวัน

             ปรับปรุงรูปแบบและให้รางวัลจูงใจ การเปลี่ยนให้เด็กรักการอ่านนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เด็กอาจเบื่อหน่ายและอาจอยากกลับมาเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองควรปรับเปลี่ยนหรือหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมการอ่านของเด็กอยู่เสมอ เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

การจัดกรรมส่งเสริมการอ่านให้มีประสิทธิภาพควรมีการเตรียมพร้อมและคำนึงถึงในเรื่องต่อไปนี้
  1. จัดห้องสมุด สำหรับให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าอย่างเพียงพอ จัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าสู่บรรยากาศของการอ่านและได้ใกล้ชิดกับหนังสือมาก ยิ่งขึ้น เช่น จัดนิทรรศการหนังสือในโอกาสต่างๆจัดกิจกรรมเพื่อชวนให้อ่านหนังสือสม่ำเสมอ ฯลฯ
  2. ครูผู้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ควรมีการศึกษา เตรียมพร้อมทั้งในด้านวิธีการดำเนินการสื่อ อุปกรณ์ เพื่อให้การจัดกิจกรรมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามเป้าหมาย และจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องนิสัยรักการอ่านด้วย
  3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ต้องเป็นกิจกรรมที่เร้าใจท้าทายความสนใจความสามารถของผู้เรียน รวมทั้งมีความหลากหลาย เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆอย่างมีความสุข และเป็นกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง
  4. ครูผู้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ควรเก็บรวบรวมข้อมูลในด้านการอ่านของนักเรียนรายบุคคล เพื่อที่จะจัดกิจกรรมสนองกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนได้ อย่างเหมาะสม
  5. ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หากนำตัวอย่างจากเอกสารฉบับนี้ไปใช้ ควรปรับปรุงหรือดัดแปลงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม เพื่อให้กิจกรรมดูน่าสนใจแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
  6. นอกจากโรงเรียนจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนิสัยการรักการอ่านให้แก่นักเรียน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพ่อแม่ ผู้ปกครองอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

กิจกรรมเสนอแนะ

             การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน นับว่าเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การมีความสนุกสนานเพลิดเพลินและเป็นแรงจูงใจ ให้ผู้อ่านได้อ่านอย่างมีความสุข ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านนั้นมักมีกิจกรรมที่คล้ายกันหรือซ้ำกัน อาจสรุปประเภทของกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้ดังนี้

1. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านเน้นทักษะการอ่าน
    • เล่านิทาน
    • เชิดหุ่น
    • Reading Rally ว่างจากงาน อ่านทุกคน
    • แข่งขันตอบปัญหา
    • ห้องสมุดเคลื่อนที่
    • ค่ายการอ่าน
    • แข่งขันตอบคำถามสารานุกรม
    • ยอดนักอ่าน ฯลฯ
2. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เน้นการเผยแพร่ข่าวสาร
    • เสียงตามสาย
    • วันสำคัญ
    • อ่านหนังสือสู่ชุมชน
    • แหล่งความรู้ในท้องถิ่น
    • นิทรรศการ ฯลฯ
3. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เน้นการแก้ไขและพัฒนา
    • คลินิกหมอน้อย
    • พี่ช่วยน้อง
    • ให้ความรู้การใช้ห้องสมุด
    • แข่งขันเปิดพจนานุกรม ฯลฯ
4. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เน้นพัฒนาทักษะอันต่อเนื่อง
    • หนูน้อยนักล่า
    • เล่าเรื่องจากภาพ
    • จากบทเพลงสู่งานเขียน
    • โต้วาที
    • เรียงความยุวทูตความดี ฯลฯ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา
  • http://www.gotoknow.org/posts/272085
  • http://librarytest.spu.ac.th
  • ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. การศึกษาวันนี้ ปีที่ 7 ฉบับที่334 วันที่ 24 – 31 พฤษภาคม 2550

มหกรรมการศึกษา

มหกรรมการศึกษาจังหวัดพิจิตร

“ขับเคลื่อน  กศน. คุณธรรม นำสู่วิทยาศาสตร์

 สานต่ออาชีพ สร้างโอกาสทางการศึกษา”


             ตามที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อให้คนไทยมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค  เท่าเทียม  ทั่วถึง  และมีคุณภาพ  และเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา โดยมอบให้หน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาไปดำเนินการเพื่อพัฒนานักเรียน นักศึกษา ให้มีความรู้ ทักษะ และการสร้างสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาคุณธรรม  กศน.อำเภอโพธิ์ประทับช้าง มีหน้าที่หลักในการจัดการเรียนการสอนให้กับเยาวชน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมี กศน.ตำบล เป็นสถานศึกษาในสังกัด ได้บูรณาการกิจกรรมร่วมกัน  ทั้งกิจกรรมการศึกษานอกระบบ  การศึกษาตามอัธยาศัย  กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง  รวมถึงการจัดการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่าย

             เพื่อแสดงความก้าวหน้าทางการศึกษาและจัดเวทีแสดงความสามารถผลงาน นวัตกรรมของ นักศึกษา กศน.อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จึงได้ร่วมจัดทำโครงการมหกรรมการศึกษาจังหวัดพิจิตร  “ขับเคลื่อน  กศน.  คุณธรรม  นำสู่วิทยาศาสตร์  สานต่ออาชีพ  สร้างโอกาสทางกรศึกษา”  เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาการจัดการศึกษา ของ กศน.จังหวัดพิจิตร ต่อไป



วัตถุประสงค์


  1. เพื่อจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต  และกิจกรรมเสริมหลักสูตรนักศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551  และการศึกษาตามอัธยาศัย
  2. เพื่อจัดกิจกรรมนำเสนอการศึกษาเพื่อประกอบอาชีพ ความสนใจและตามความต้องการของผู้เรียนและเพื่อให้โอกาสจัดเวทีแสดงผลงาน นวัตกรรมของนักเรียน นักศึกษา นำเสนอการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาคุณธรรมจังหวัดพิจิตร
  3. เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และผู้สนใจได้เรียนรู้และนำประสบการณ์จากการศึกษาผลงานต่างๆ ในงานมหกรรมการศึกษาเพื่ออาชีพไปปรับประยุกต์พัฒนางานและผลงานของตนเอง
  4. เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และผู้สนใจทั่วไปเรียนรู้ในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน



การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน: หนังสือมะเฟือง


สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการที่จะนำไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก ที่จะช่วยกระตุ้นให้เขาเหล่านั้นมีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่รู้     ใฝ่เรียน สนุกกับการอ่าน เรามีหนึ่งกิจกรรมที่ทำแล้วได้รับความสนใจจากเด็กๆ มาก นั่นคือ   การประดิษฐ์หนังสือมะเฟือง ซึ่งเป็นสื่อหนังสือทำมืออย่างหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี....

หนังสือทำมือ...คือสะพาน...ที่จะทอดยาวไปสู่นิสัยรักอ่านด้วยหัวใจของเด็ก ๆ ซึ่งเป็นกลวิธีหนึ่งที่มีคุณค่าในการพัฒนาทักษะการอ่านและมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาล ถือเป็นความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในใจครูแลtนักเรียนตลอดกาล...กล่าวไว้โดย

ครูวัชรีย์ ลำจวน

วัสดุอุปกรณ์
  1. กระดาษ  
  2. กาว 
  3. กรรไกร 
  4. ตัตเตอร์

1. พับครึ่งตามยาว พับมุมเข้ามาทั้งสองข้าง
2. พับหักมุมเข้ามาตามภาพ
3. พับมุมลงมาอีกทีให้ได้ตามภาพ
4. เสร็จแล้วหักมุมอีกครั้ง
5. ทำแบบนี้ให้ได้สัก ๑๐ ชิ้น แล้วทากาวติดเข้าด้วยกัน ด้านต่อด้าน

6. ภาพสำเร็จเมื่อต่อครบหมดทั้งเล่ม อาจเพิ่มหน้าเข้าไปหลายๆ ชิ้น รูปทรงจะสวยงามมากยิ่งขึ้น


ติดกระดุมหรือริบบิ้นแบบผูกเก็บได้


ปล.เนื้อหาหรือเรื่องราวที่จะจัดทำเป็นหนังสือมะเฟืองสามารถเลือกได้ตามความสนใจนะคะ หรือบางท่านอาจทำเป็น pop upในหนังสือมะเฟืองนี้ก็ได้ แล้วโอกาสหน้าจะนำวิธีทำหรือตัวอย่างมานำเสนอให้ได้ลองฝึกกันค่ะ...